ReadyPlanet.com
dot dot
โก อนิเมท ทอยส์ แอนด์ โมเดล
bulletตะกร้าของคุณ
Gundam Plastic Kit Model, MG, HG, RG, GFF
Zoid, SRWG, Kotobuliya, Bandai Macross, Megaman
Super Robot, Soul Of Chogokin,  Studio-Halfeye, Fewture Model, CMS Brave Gokin
Hot toys Collectible Figure, Hottoys, MMS Hottoys, DX Hottoys
1/6 Medicom Toys, RAH, Real Action Heroes
S.H.F Figuart, Figma, Nendoriod, S.I.C, SAS
Portrait.Of.Pirates One Piece, PVC Figure
three A figure - ทรี เอ แอ็คชั่น ฟิกเกอร์
หนังสือคู่มือ นิตยสาร Hobby Japan และอื่นๆ
Hobby Tool : Paints & Tools From Mr.Hobby and Tamiya
dot
ค้นหาสินค้า


  [Help]
dot
dot
งานซีรี่ย์ ชุดผ้า
dot
bulletEnterbay
bulletHottoys
bulletMedicom Toys
dot
สินค้าแยกตามซี่รีย์
dot
bulletArmor Plus
bulletExcellent Model
bulletFigma
bulletGaro Kiwami Tamashii
bulletGundam Fix Figuration
bulletNendoroid
bulletManga / Movie Realization
bulletSaint Cloth Myth
bulletS.H.Figuarts
bulletSuper Action Statue
bulletSquare Enix Play Arts
bulletS.I.C.
bulletVinly Collectible Doll
dot
สินค้าแยกตามตัวละคร
dot
bulletDragonball
bulletEvangelion
bulletHokuto No Ken
bulletGolden Knight Garo
bulletJoJo's Bizarre Adventure
bulletKinnikuman
bulletKamen Rider
bulletOnepiece
bulletSaint Seiya
dot
เวบไซด์เพื่อนบ้าน \(^ ^)/
dot
bulletM Y D E S I G N - C L U B . N E T
bulletSmall Moon Photo


โก นากาอิ article

โก นากาอิ (Go Nagai)โก นากาอิ เกิดวันที่ 6 กันยายน 1945 ที่ วาจิม่า อิชิคาว่า ในปีโชวะที่ 20 เป็นบุตรชายของ โยชิโอะ และ ฟูจิโกะ นากาอิ ถือเป็นลูกชายคนที่ 4 จากพี่น้องชายล้วน 5 คน เขาเกิดภายหลังเหตุการณ์โศกอนาถกรรม การทิ้งระเบิดปรมาณูที่ฮิโรชิม่าเพียง 1 เดือน

โก นากาอิ จัดเป็นศิลปินนักเขียนการ์ตูนมังงะ ชาวญี่ปุ่นที่ทรงอิทธิพลคนหนึ่งในญี่ปุ่น เขามีผลงานประพันธ์มากมายทั้งในแนว นิยายวิทยาศาสตร์, งานวาดดูเพ้อฝันแบบหลุดโลก ซึ่งล้วนแล้วมักจะมีภาพที่ดูน่ากลัว รุนแรง และล่อแหลมในเรื่องของเพศอยู่มาก โดยตัวเขาเองเริ่มเปิดตัวต่อสาธรณะชนครั้งแรกใน ปี 1967 ด้วย ผลงานเรื่องกับ Meakashi polikichi แต่เขากลับเป็นที่จดจำ ในฐานะผู้สร้างสรรค์ผลงานระดับสุดยอดในปี 1970 เรื่อง Cutie Honey, เดวิลแมน (Devil Man) และ มาชินเกอร์ Z

ในช่วงวัยเด็กหลังจากที่พ่อของเขาเสียชีวิต เขาและพี่น้องได้ติดตามแม่ไปอยู่ที่โตเกียว ในช่วงเวลานั้นเอง ตัวเขาได้รับอิทธิพลจากงานภาพเขียนของทั้ง ศิลปินชาวฝรั่งเศส Gustave Dore’ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฉบับแปลภาษาญี่ปุ่น ภาพประกอบงานประพันธ์ที่ชื่อ Divine Comedy ที่ว่าถึงนรก ภพภูมิ และสวรรค์) และ อ.โอซามุ เท็ตสึกะ (ในหนังสือ Lost World) โดย โก นากาอิ จบไฮสคูลจาก เมโทรโปลิแตนท์ อิทาบาชิ โตเกียว ในระหว่างที่เขาหมกหมุ่นกับการเตรียมสอบเข้ามหาลัย วาเซดะ เขาก็พบกับอาการผิดปกติในร่างกาย ทำให้ต้องทุกข์ทรมานกับอาการท้องเสียไม่หยุดติดต่อกันถึง 3 สัปดาห์ เมื่อเขาปรึกษากับพี่ชาย ก็ยิ่งทำให้คิดหนักเข้าGustave Doré, from his illustrations to the Divine Comedy (1857)ไปอีกว่าอาการดังกล่าว น่าจะเป็นโรคมะเร็งลำไส้ ซึ่งในสถาณการณ์นั้นเองทำให้เขาเชื่อว่าเขากำลังจะตายในไม่ช้า ด้วยความตั้งใจในการสร้างผลงานก่อนตายเพื่อให้เป็นที่จดจำของผู้คน และระลึกว่าเคยมีเขาอยู่บนโลกใบนี้ ในที่สุดเขาจึงตัดสินใจสร้างผลงานขึ้นมาสักชิ้นในช่วงเวลาเดือนสุดท้ายของชีวิต โดยเน้นจากสิ่งที่เขารักในวัยเด็ก นั่นคือการวาดการ์ตูน เขายังคงเข้ารับการรักษาและตราจเช็คที่โรงพยาบาล ภายหลังการรับยาเพียง 1 สัปดาห์ อาการเขาก็ดีขึ้น แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความตั้งใจที่มีอยู่เดิมหมดไป เขายังเดินหน้าสานความฝันด้วยการหยุดเรียนมหาวิทยาลัย และใช้ชีวิตในฐานะนักเรียนเตรียมสอบ (พวกโรนิน) จากความเข้าใจผิดนั้นเอง เป็นจุดเปลี่ยนของชีวิตที่ทำให้เขาได้ก้าวเข้าสู่โลกของมังงะอย่างเต็มตัวในเวลาต่อมา ** มังงะ มักหมายถึง การ์ตูนญี่ปุ่น

โก นากาอิ สร้างสรรค์งานเขียนการ์ตูน เรื่องแรกด้วยความช่วยเหลือจากพี่ชายของเขา, ยาซึทากะ, แม้ว่าเขาตั้งเป้าหมายจะเป็นนักเขียนการ์ตูน (Mangaka) ให้ได้ แต่ผลงานของเขามักจะถูกสำนักพิมพ์ต่างๆ ตีคืนผลงานอยู่เสมอๆ ว่ากันว่า แม้แต่แม่ของเขาเองก็ยังต่อต้านอาชีพนักเขียนการ์ตูนของเขาด้วยเช่นกัน ในวัยเด็ก โกนากา อิ เคยส่งผลงงานของเขาให้กับสำนักพิมพ์แห่งหนึ่งพิจารณา แม่เขาก็เข้าไปพูดโน้มน้าวให้สำนักพิมพ์นั้นปฎิเสธผลงานของเขาอย่างลับๆ

อย่างไรก็ตาม ผลงานจากความเพียรพยายามของเขาขณะนั้น ในที่สุดก็ได้รับความสนใจจากหนังสือ โชเน็น ซันเดย์ ด้วยการแนะนำของ อ.โชทาโร่ อิชิโนโมริ (ผู้ให้กำเนิดซีรี่ย์ คาเมนไรเดอร์) ในที่สุดปี 1965 เขาก็เป็นที่ยอมรับในสตูดิโอ ของ อ.โชทาโร่ อิชิโนโมริ

ผลงานที่ได้รับความช่วยเหลือจากพี่ชายของเขา, ยาซึทากะ มีเนื้อหาเกี่ยวกับ ไซไฟ นินจา (Sci-Fi Ninja) อีกทั้งยังเป็นต้นแบบของการ์ตูนเรื่อง Kuro No Shishi (Black Lion) ในเวลาต่อมา โก นากาอิ ได้เริ่มวาดผลงานชิ้นนี้ เมื่ออายุ 19 ปี ยังไม่มีชื่อเรื่องในขณะนั้น และมีเพียงจำนวน 15 หน้าเท่านั้น หนึ่งปีให้หลังการ์ตูนเรื่องนี้วาดจบลงที่ 88 หน้า ในตอนนั้นเอง เมื่อ อ.โชทาโร่ อิชิโนโมริ ได้เห็นผลงานนี้ ก็กล่าวชมเชย โก นากาอิ แต่ได้ให้ข้อคิดเห็นไว้ว่า รูปภาพการออกแบบนั้นยังดูเทอะทะหรือใหญ่ เกินไป ควรปรับปรุงอีกสักนิด สองสามวันให้หลัง นากาอิ ได้รับเชิญให้ไปเป็นผู้ช่วย อ.โชทาโร่ อิชิโนโมริ และผลงานชิ้นนี้กลับถูกลืมไปจนกระทั่งปี 2007 ก็ได้ถูกตีพิมพ์ครั้งแรกในนิตยสาร Comic Ran Twins Sengoku Busho Retsuden โดย LEED ภายใต้ชื่อของ Satsujinsha

หลังจากที่ทำงานเป็นผู้ช่วยของ อ. โชทาโร่ อิชิโนโมริ งานวาดการ์ตูนเรื่องแรกของ โก นากาอิ คือ Meakashi Polikichi การ์ตูนมุขตลกสั้นๆ เพียงช่องเดียวจบในตัว ออกตีพิมพ์เดือนพฤศจิกายน ปี 1967 ในนิตยสาร Bokura โดยสำนักพิมพ์ Kodansha ผลงานในช่วงแรกๆ ทั้งหมดเป็นเพียงการ์ตูนตลกสั้นๆ จบในตอนเท่านั้น

** ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยก็คือ Kuro No Shishi (Black Lion) เป็นผลงานชิ้นแรกของเขานั้น ก็ไม่ได้ผิดทั้งหมด เพราะ โก นากาอิ สร้างผลงานชุดนี้ขึ้นก่อนหน้าผลงาน Meakashi Polikichi เป็นเวลาถึงสองปี โดยการ์ตูน Kuro No Shishi ในเวลานั้นก็เป็นเพียงแค่ดราฟท์เท่านั้น และไม่ได้ตีพิมพ์ในช่วงเวลานั้น จนกระทั่งถูกตีพิมพ์ครั้งแรกในปี 1978

หลังจากที่ผลงานเขาออกสู่สาธารณชนครั้งแรก ในเวลาไม่ถึงปี เขาก็พบความสำเร็จอย่างใหญ่หลวง จากนักเขียนการ์ตูน (Mangaka) ที่ไม่มีใครรู้จัก เขากลายเป็นทั้งนักวิจารณ์และผู้นำแนวความคิดของสื่อทีวีในยุคนั้นที่ผู้คนให้ความเชื่อถือมากที่สุดคนหนึ่ง จนกระทั่งในปี 1968 ขณะที่บริษัท ชูเอฉะ (Shueisha) เตรียมเปิดตัวหนังสือแม็กกาซีนเล่มแรกในชื่อ โชเน็น จัมป์ (Shonen Jump) เพื่อแข่งกับนิตยสารอื่นๆ จากบริษัทคู่แข่ง อย่างเช่น โชเน็น แม็กกาซีน จากโคดันฉะ และ โชเน็น ซันเดย์ จากโชกาคุคัง โก นากาอิ ได้ถูกรับเชิญไปเป็นหนึ่งในนักวาดการ์ตูนสำหรับนิตยสารเล่มใหม่นี้ โดยมีเงื่อนไขที่ว่าเขาต้องวาดการ์ตูนเรื่องใหม่เป็นซีรี่ย์เรื่องยาว แทนที่จะเป็นเรื่องสั้นตอนเดียวจบ จากประสบการณ์วาดการ์ตูนตลกล้อเลียน มุขตอนเดียวจบ มันก็ไม่ใช่เรื่องยากที่เขาจะยกระดับงานของตัวเองให้ได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด นากาอิ กล่าวตอบตกลงในที่สุด และนั่นก็เป็นที่มาของผลงานการ์ตูนซีรี่ย์ Harenchi Gakuen ที่ประสพความสำเร็จอย่างล้นหลาม ทำให้หนังสือการ์ตูนน้องใหม่อย่าง โชเน็น จัมป์ มียอดขายทะลุมากกว่าหนึ่งล้านเล่ม และด้วยผลงานการ์ตูน Harenchi Gakuen ทำให้ โก นากาอิ จัดเป็นนักเขียนการ์ตูนคนแรกที่นำเสนอผลงานแนวอีโรติค ที่มีฉากยั่วยวนทางเพศ ล่อแหลม และรุนแรง ซึ่งถือได้ว่าในยุคนั้น เขาเป็นผู้สร้างการ์ตูนมังงะ แนวสมัยใหม่ และเป็นการเปิดประตูไปสู่ยุคใหม่ของวงการการ์ตูนญี่ปุ่นเลยทีเดียว ไม่เพียงเท่านั้นเขายังได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของคนยุคใหม่ในเวลาต่อมา อีกทั้งผลงานชุดนี้จัดว่ามีอิทธิพลต่อสังคมญี่ปุ่นอย่างรุนแรง รวมถึงเป็นการเปลี่ยนแปลงสามัญสำนึกของคนในวงการการ์ตูนญี่ปุ่นรุ่นก่อนอย่างสิ้นเชิง
Harenchi Gakuen (Shameless School)Harenchi Gakuenภาพการ์ตูน Harenchi Gakuen ผลงาน โก นากาอิ ในปี 1968Harenchi Gakuen ในปี 1968
จากความโด่งดังของผลงาน Harenchi Gakuen ที่มีเรื่องราวความรัก การผจญภัย สนุกสนาน ความโรแมนติก และมีฉากนู๊ดทะลึ่งผสมผสานชีวิตแบบวัยรุ่น ทำให้ Harenchi Gakuen ถูกจัดว่าเป็นงานที่มีอิทธิพลต่อโลกของการ์ตูนมังงะในยุคปลายปี 1960 แต่ในทางตรงกันข้าม งานชิ้นนี้ก็ถูกต่อว่า และต่อต้านอย่างรุนแรงจากสังคมญี่ปุ่นเช่นกัน เนื่องจากมุมของสังคม ขณะนั้นกลับมองว่าฉากต่างๆใน Harenchi Gakuen เช่น การดึงชั้นในสตรี หรือฉากโป๊เปลือย เล็กๆน้อยๆ จะทำให้เกิดการเลียนแบบพฤติกรรมที่ไม่เหมาะของเด็กๆ ว่ากันว่า หุ่นอันเซ็กซี่ของตัวละครสาวๆที่วาดโดย นากาอิ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากบรรดาภาพหนังสือ เพลย์บอย ของตะวันตก ซึ่งตรงกันข้ามกับสรีระของผู้หญิงญี่ปุ่นในยุคนั้น แม้การต่อต้านจากผู้ปกครอง และองค์กรสิทธิต่างๆ จะมีอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่ โก นากาอิ ก็ยังได้รับจดหมายสนับสนุนจากแฟนคลับของเขาอยู่เสมอ ไม่ว่าจะมีการะแสต่อต้านมากเพียงไร Harenchi Gakuen ก็ยังได้รับกระแสนิยมจนถูกนำมาสร้างเป็น TV, วีดีโอ OVA เวอร์ชั่น และภาพยนต์ ที่ใช้คนแสดง หลายต่อหลายครั้ง แม้ท่ามกลางกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงความรุนแรงดังกล่าว การ์ตูนญี่ปุ่น (มังงะ) กลับได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในยุคนั้น จนกระทั่งมีหนังสือการ์ตูนหลายต่อหลายเรื่อง ได้ถูกนำเนื้อเรื่องมาสร้างเป็นภาพยนต์ และหนังชุด TV ซีรี่ย์ โดยใช้คนแสดงจริง
Getter Robo (1974)
จากความสำเร็จอย่างท่วมท้นของผลงานการ์ตูนของเขา ในเดือนเมษายน ปี 1969 โก นากาอิ และพี่ชาย ได้ตัดสินใจก่อตั้ง บริษัทที่ชื่อ Dynamic Production เพื่อช่วยในการทำงานด้านต่างๆ และดูแลในเรื่องสิทธิผลประโยชน์จากผลงานต่างๆของเขา โดยการ์ตูนแทบทุกเรื่องมักจะชื่อ โก นากาอิ และทีมงาน ไดนามิค โปร ร่วมด้วยทุกครั้ง กับในปีเดียวกันนี้เอง เคน อิชิคาวะ ได้เข้าทำงานที่ Dynamic Pro ในตำแหน่งผู้ช่วย ภายหลัง โก นากาอิ และเคน อิชิคาวะ ได้ให้กำเนิด ซีรี่ย์ซุปเปอร์ โรบ๊อทยอดฮิตอย่าง GETTER ROBO โดย เคน อิชิคาวะ ได้กลายเป็นหนึ่งในพาร์ทเนอร์ และเพื่อนที่ดีที่สุด โก นากาอิ ในเวลาต่อมา

ผลงานของ โก นากาอิ ภายใต้ชื่อ Dynamic Pro ได้ถูกสร้างขึ้นเป็นการ์ตูน TV ซีรี่ย์อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นแนวซุปเปอร์โรบ๊อทอย่าง Mazinger Z (1972), Great Mazinger (1974), Getter Robo (1974), Grendaizer (1975) , Kotetsu Jeeg (1975) และ Mazinkaiser (2001) ภาพยนต์การ์ตูนต่างๆเหล่านี้ ล้วนแล้ว แต่สร้างขึ้นภายใต้คอนเซปที่มี หุ่นยนต์ยักษ์ เป็นตัวเดินเรื่อง โดย Mazinger Z เป็นการ์ตูนเรื่องแรกที่มี หุ่นยนต์ยักษ์ ถูกขับเคลื่อนโดยนักบิน และประสบความสำเร็จอย่างมากในฐานะหนังสือการ์ตูน แนวซุปเปอร์ โรบ๊อท นอกเหนือจากนั้น และเขายังได้วาดการ์ตูนที่รู้จักกันดี ในนาม Devilman จนถูกสร้างเป็น TV ซีรี่ย์ในปี 1972 และอื่นๆ อีกมากมาย อาทิเช่น การ์ตูน Violence Jack แนวสยองขวัญในปี 1973, Cutie Honey แนวแฟนตาซี ผจญภัย ต่อสู้ ในปี ในปี 1973


Devil Man (1974)มาชินไกเซอร์ (2001)Kotetsu Jeeg (1975)
จนในปี 1980 โก นากาอิ ได้รับรางวัล 4th Kodansha Manga Award for shonen for Susano OH จากผลงานหลากหลายเรื่องราวที่ผ่านมา ทำให้ โก นากาอิ ได้รับการยกย่องในวงการการ์ตูนญี่ปุ่น และภาพยนต์การ์ตูน ว่าเป็นผู้ทรงอิทธิพลคนหนึ่งในญี่ปุ่น ต่อการดำเนินและเปลี่ยนแปลงทางแนวความคิดการ์ตูนยุคเก่าไปสู่ การ์ตูนยุคใหม่อย่างแท้จริง




บทความน่าสนใจ

อ. โชทาโร่ อิชิโนโมริ article
Getting Schooled by Professor Robo article



Copyright © 2010 All Rights Reserved.